วิจารณ์แผนการยุบควบรวมโรงเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ

Last updated: Feb 15, 2017  |  2838 จำนวนผู้เข้าชม  |  สิทธิในการศึกษา

แปลจากบทความ Ministry’s plan to merge schools criticised
โดย Chularat Saengpassa
The Nation 2 Jan 2017

กระทรวงศึกษาธิการระบุว่าคุณภาพการศึกษาจะดีขึ้น แต่องค์กรพัฒนาเอกชนชี้นโยบายอาจล้มเหลว

แม้กระทรวงศึกษาธิการจะยืนยันว่ามติยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายขจัดความเหลื่อมล้ำ พัฒนาคุณภาพการศึกษา และกระจายงบประมาณให้สม่ำเสมอยิ่งขึ้น แต่กลุ่มรณรงค์ ได้แก่ องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ได้แสดงความกังวลว่า นโยบายนี้อาจทำให้นักเรียนสูญเสียโอกาสทางการศึกษา และคุณภาพการศึกษาอาจด้อยลงไปด้วย

กระทรวงศึกษาธิการหวังว่า ภายในปี 2563 จะสามารถยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนน้อยกว่า 120 คนได้หลายพันโรงเรียน โดยนำไปรวมกับโรงเรียนแม่เหล็กที่ตั้งอยู่ในรัศมีหกกิโลเมตร

ความพยายามระลอกแรกของกระทรวงศึกษาธิการเมื่อปี 2554 ได้ยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กไปแล้วจำนวนหนึ่ง แต่ต้องพบกับอุปสรรคหลายประการ เช่นความกังวลของผู้ปกครองต่อการเดินทางที่ไกลขึ้น ประเด็นความสัมพันธ์ของโรงเรียนกับชุมชน และการต่อต้านจากผู้บริหารโรงเรียนที่กำลังจะตกงาน

หลังกิจกรรมเผยแพร่ข้อมูลแก่สาธารณะขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จะเป็นเวลาเริ่มนโยบายอีกครั้ง โดยมีการย้ายนักเรียนและปิดโรงเรียนขนาดเล็ก 10,971 โรงเรียนภายในห้าปีข้างหน้า ในปีการศึกษา 2016 เองจะมีโรงเรียนซึ่งมีนักเรียน 20 คนจำนวน 827 โรงเรียนถูกยุบควบรวมกับโรงเรียนแม่เหล็ก 361 โรงเรียน

การุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่าการยุบควบรวมโรงเรียนจะทำให้ได้ห้องเรียนที่มีขนาดเหมาะสม และมีครูสอนครบทุกวิชา และย้ำว่าโรงเรียนที่ยุบควบรวมจะต้องร่วมกันบริหารงาน ส่วนนักเรียนก็จะมีความสุขขึ้นเพราะมีเพื่อนนักเรียนมากขึ้น

โรงเรียนขนาดเล็กบนภูเขาหรือเกาะจะไม่อยู่ในข่ายของนโยบาย "การยุบควบรวมโรงเรียนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ต้องมีความเข้าใจของชุมชนเป็นพื้นฐาน เพราะความร่วมมือจากชุมชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

"โรงเรียนทั้ง 10,971 โรงเรียนจะยุบควบรวมอย่างไร ขึ้นอยู่กับความพร้อมของชุมชน เมื่อยุบควบรวมแล้ว กระทรวงศึกษาธิการจะสนับสนุนอุปกรณ์การสอนและสิ่งปลูกสร้างเพื่อปรับปรุงคุณภาพของโรงเรียน" การุณกล่าว และเสริมว่าในปีงบประมาณ 2016-2017 จะมีโรงเรียนขนาดเล็กที่ถูกยุบควบรวมกับโรงเรียนแม่เหล็กจำนวน 702 โรงเรียน

ในการยุบควบรวมรอบที่แล้ว เมื่อนักเรียนถูกโอนไปยังโรงเรียนขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว งบประมาณสำหรับการบำรุงรักษา ครู ไฟฟ้า และน้ำประปา กลับไม่มีการกระจายตามไปด้วย "การเวียนนักเรียนไปอย่างนี้เป็นการยอมประนีประนอมของชุมชนที่ยังผูกพันกับโรงเรียนขนาดเล็ก แต่ผลที่ได้ไม่ดีนัก เพราะเราไม่ได้คุณภาพ จึงต้องปรับเปลี่ยนอย่างเร่งด่วน ถึงได้เกิดเป็นโครงการโรงเรียนแม่เหล็กขึ้นมา" การุณกล่าว

งบประมาณจำนวน 3 ล้านบาทต่อโรงเรียนที่มีนักเรียนอย่างน้อย 130 คนจะเป็นเงินสำหรับสร้างอาคารเรียน ห้องสมุด และสนามกีฬา อีก 3 ล้านบาทจะกำหนดให้ใช้สำหรับวัสดุอุปกรณ์ไอซีที

การุณบอกด้วยว่า ก่อนการยุบควบรวมจะเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่และครูจะอธิบายถึงความจำเป็นให้ผู้ปกครองและชุมชนทราบ และจะมีการนำไปชมโรงเรียนแม่เหล็กเพื่อสร้างแรงสนับสนุนให้แก่โครงการ

กระทรวงศึกษาธิการหวังจะเรียกความสนับสนุนได้มากขึ้น โดยการอนุญาตให้ชุมชนใช้อาคารของโรงเรียนที่เลิกใช้แล้ว และอยู่ในทิ่ดินของ สพฐ. เป็นศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต ในเรื่องนี้ สพฐ. ได้ขอความช่วยเหลือไปยังสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เพื่อให้เข้าไปช่วยชุมชนจัดตั้งศูนย์แล้ว

การุณให้คำมั่นว่าผู้บริหารโรงเรียนขนาดเล็กจะถูกโอนไปรับตำแหน่งที่เปิดขึ้นที่อื่น และย้ำความมั่นใจว่าคุณภาพทางการศึกษาและผลการเรียนของนักเรียนจะดีขึ้นหลังการยุบควบรวม โดยมีการจัดหลักสูตรปรับพื้นฐานให้นักเรียนเรียนทันเพื่อนในโรงเรียนใหม่ด้วย

โรงเรียนแม่หล็กจะช่วยแก้ปัญหาการอ่านหนังสือภาษาไทยไม่ออก และจะช่วยคัดเด็กที่มีความต้องการพิเศษได้อีกทางหนึ่ง

แต่รุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโปรแกรมและนโยบาย องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย กล่าวว่าแอ็คชั่นเอด ซึ่งดูแลเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กกว่า 200 โรงเรียน ไม่เชื่อว่านโยบายยุบควบรวมจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา แต่กลับจะทำให้ปัญหาร้ายแรงยิ่งขึ้น

หลุดจากสารบบ

รุ่งทิพย์กล่าวว่า นักเรียนที่ถูกโอนไปโรงเรียนใหม่จะเจอปัญหาการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ “เราไม่ได้ต่อต้านการยุบควบรวม แต่เราต้องการให้กระบวนการนี้มีการวางแผนที่ดี และเปิดให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วม” ความเห็นของนักเรียนก็ต้องนำมาพิจารณาด้วย และต้องมีมาตรการสนับสนุนนักเรียนเหล่านั้น “เราเกรงว่าการยุบควบรวมแบบสูตรสำเร็จจะทำให้นักเรียนบางคนหลุดจากสารบบการศึกษาไปเลย”

โรงเรียนควรสอนวิถีชีวิตท้องถิ่นและเรื่องที่เกี่ยวกับชุมชนแก่เด็ก นอกเหนือจากหลักสูตรทางการ รุ่งทิพย์กล่าวว่า องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย กำลังดำเนินการพัฒนาในจังหวัดกาฬสินธุ์ให้เป็นต้นแบบสำหรับการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในปีหน้า (หมายถึง 2560)

องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกับโรงเรียนขนาดเล็ก โดยเฉพาะที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จนเกิดความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการบูรณาการเอาแนวคิดการทำเกษตรมาไว้ในโรงเรียน เช่นที่โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้องในจังหวัดบุรีรัมย์ หนึ่งในสมาชิกของสภาการศึกษาเพื่อปวงชนภาคอีสาน หรือเครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กในภาคอีสาน ที่แอ็คชั่นเอดร่วมก่อตั้งขึ้น

โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้องมีความเด่นชัดเป็นอย่างมากในด้านการจัดฐานการเรียนรู้ต่างๆ ในโรงเรียนให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชน มีการปลูกผักในโรงเรียน การเลี้ยงสัตว์ เช่น หมู ไก่ ปลา เพื่อนำผลิตผลมาบริโภคในโรงเรียน นอกจากจะลดค่าใช้จ่ายค่าอาหารกลางวันเด็กแล้ว ยังมีผลผลิตเหลือสำหรับจำหน่ายเพื่อหาเงินสนับสนุนโรงเรียนด้วย

นอกจากเด็กนักเรียนจะได้เรียนรู้วิถีของชุมชนตนเองแล้ว เด็กยังได้รับการพัฒนาทักษะชีวิตผ่านกิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ด้วย เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเด็กจบออกไปแล้วจะสามารถทำงานหารายได้เพื่อช่วยเหลือครอบครัวอีกทางหนึ่ง

เพื่อเป็นการเพิ่มความรับรู้ของสังคมต่อปัญหาของการยุบควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย จึงจะจัดงานเดิน-วิ่งการกุศล ActionAid Action Run ในวันที่ 12 มีนาคม 2560 บนสะพานพระราม 8 กรุงเทพมหานคร กับระยะทางพิเศษ ระยะ 4.6 กม. 13.2 กม. และ 22.6 กม. ซึ่งเป็นระยะทางจริงที่น้อง ๆ ส่วนหนึ่งต้องเดินทางทุกวันเพื่อไปกลับโรงเรียนแห่งใหม่หลังการยุบควบรวม

เด็กๆ ไม่เพียงห่างไกลจากการศึกษามาก แต่พวกเขาต้องเข้าใกล้ความยากจน หรืออนาคตที่มืดมนมากขึ้นด้วย รุ่งทิพย์กล่าวในที่สุด

http://www.nationmultimedia.com/news/national/30303271

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com