สิทธิการศึกษาของเด็กชนเผ่า ผลจากการสร้างความเปลี่ยนแปลงจากล่างสู่บน

เรื่องเล่าการเปลี่ยนแปลง

ห้องเรียนเคลื่อนที่อนุบาลผาลาย เป็นห้องเรียนที่เปิดสอนเด็กก่อนปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอนุบาล มีสถานะเป็นเหมือนโรงเรียนอนุบาลเอกชนที่ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลืองบประมาณสื่อการเรียนการสอนจากองค์กรเอกชนในต่างประเทศ เนื่องจากไม่ได้รับการสนับสนุนใด ๆ จากภาครัฐ แม้องค์กรส่วนท้องถิ่นจะมีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก แต่ศูนย์ดังกล่าวก็อยู่ไกลจากชุมชน ไม่สะดวกต่อการเดินทางและผู้ปกครองต้องจ่ายค่าเดินทางเพื่อส่งลูกหลานไปเรียน

ครูออย หรือนางสาวนฤมล เบียผ่า เป็นหนึ่งในบุคลผู้ขับเคลื่อนให้เกิดห้องเรียนเคลื่อนที่แห่งนี้ ปัจจุบันเธอเป็นครูที่นี่ด้วย แต่นอกเหนือจากหน้าที่หลักในการดูแลและสอนเด็กๆ ครูออยยังต้องทำหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนในการควบคุมดูแลความเรียบร้อยของโรงเรียน และฝ่ายธุรการในการจัดเก็บรวบรวมประวัตินักเรียน เรียบเรียงข้อมูลทุกอย่างและจัดเก็บอย่างเป็นระบบ  ตลอดจนเป็นภารโรงและแม่ครัว นับเป็นงานที่หนักมาก ยิ่งกว่านั้น ครูออยยังมีบทบาทภายในชุมชน คือต้องคอยช่วยเหลือผู้ใหญ่บ้าน สมาชิก อบต. และคนอื่น ๆ ทำงานเอกสาร พิมพ์งานต่าง ๆ ซึ่งคนในชุมชนมักจะมาขอความช่วยเหลือจากครูออยเสมอ

ในช่วงต้น พ.ศ. 2559 ห้องเรียนเคลื่อนที่อนุบาลผาลาย ได้รับข่าวร้ายจากหน่วยงานต่างประเทศที่เคยให้การสนับสนุน ว่าจะมีการเลิกจ้างครู 2 คน หนึ่งในนั้นคือครูออย ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ร่วมก่อตั้งห้องเรียน ครูออยจึงต้องช่วยหาทางออกในเรื่องนี้ เนื่องจากหากโรงเรียนต้องปิดลงจริงๆ จะกระทบต่อเด็ก โดยเฉพาะเด็กๆ ชายขอบซึ่งล้วนเป็นกลุ่มชาติพันธุ์จำนวนมาก

“ออยไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไป ตอนนั้นมืดแปดด้านมาก ใจก็ห่วงแต่เด็ก ๆ เพราะถ้าโรงเรียนนี้ปิดไปจริง ๆ เด็กที่นี่คงไม่ได้เรียนแน่นอน” ครูออย กล่าว

จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27-29 เมษายน พ.ศ. 2559 ครูออยได้มีโอกาสเข้ารับการอบรม “แกนนำผู้หญิง” ในประเด็นเรื่องมิติหญิง-ชาย และกระบวนการการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีส่วนร่วม ซึ่งเป็นการอบรมภายใต้โครงการชาติพันธุ์อาสาเพื่อพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม  ที่แอ็คชั่นเอดดำเนินงานร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา โดยการสนับสนุนด้านงบประมาณจากสหภาพยุโรป การอบรมครั้งนี้นอกจากจะเป็นการพัฒนาศักยภาพผู้หญิงในมิติต่างๆ เพื่อการเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาชุมชน ยังเป็นการเปิดโอกาสให้แกนนำผู้หญิงในแต่ละชุมชนได้แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์การทำงานร่วมกัน การอบรมนี้ทำให้ครูออยได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการทำงานขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

“ออยไม่เคยรู้ ไม่เคยเข้าใจเลยว่าอบต. ทำงานอย่างไร และเขามีหน้าที่หลักในการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็กๆ ในชุมชนด้วย ถ้าออยไม่มาอบรมในวันนี้ ออยก็จะยังไม่รู้ต่อไป” ครูออย กล่าว

ตั้งแต่นั้นมาครูออยไม่ได้หยุดนิ่งที่จะผลักดันอนุบาลผาลายให้เข้าสู่ระบบการจัดการศึกษาของ อบต. เธอได้ติดตามและทำงานอย่างใกล้ชิดกับที่ปรึกษาด้าน อบต. เชียงดาว รวมทั้งเจ้าหน้าที่สนามโครงการชาติพันธุ์อาสาฯ คอยให้คำปรึกษาสนับสนุนเธอ ครูออยได้รับคำแนะนำและมีความเข้าใจอย่างชัดเจนในขั้นตอนการดำเนินการ และได้นำประเด็นนี้เข้าสู่กิจกรรมเวทีชุมชน ซึ่งเป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารห้องเรียน เพื่อชี้แจงและให้คำปรึกษาแก่คณะกรรมการ ส่งผลให้กรรมการมีความเข้าใจและตระหนักร่วมถึงความจำเป็นและเห็นทางออกในการแก้ไขปัญหา กรรมการเห็นชอบร่วมกันในการนำเสนอประเด็นนี้เข้าสู่ประชาคมหมู่บ้าน เพื่อที่จะนำเสนอบรรจุเข้าแผนพัฒนาของ อบต.เชียงดาว ตามลำดับขั้นตอนต่อไป

จากการดำเนินการของครูออย ในการจัดเตรียมข้อมูล ประสานงาน และนำเสนอในที่ประชุม และจากการสนับสนุนอย่างใกล้ชิดจากวเจ้าหน้าที่โครงการ ทำให้กระบวนการผลักดันดังกล่าวมีความต่อเนื่องในระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา และผลของการทำงานอย่างเข้มข้นทำให้องค์การบริหารส่วนตำบลเชียงดาว จ.เชียงใหม่ บรรจุเรื่องการสนับสนุนห้องเรียนเคลื่อนที่อนุบาลบ้านผาลายในแผนพัฒนาท้องถิ่น 3 ปี (พ.ศ. 2560-2562) ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ของโครงการ แสดงให้เห็นว่าชุมชนมีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาชุมชนของตนเอง และชาวบ้านสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงจากล่างสู่บนได้ โดยไม่ต้องรอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเดียวแบบเมื่อก่อน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com