สู้เพื่อโลก: แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และพันธมิตร รวมพลังขับเคลื่อนความเป็นธรรมทางภูมิอากาศ

เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กันยายน ระหว่างที่การประชุมเจรจาสมัยย่อยขององค์การสหประชาชาติ ว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ (#SB48Bangkok) กำลังดำเนินมาถึง 48 ชั่วโมงสุดท้าย แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย รวมตัวและรวมพลังกับพัทธมิตร นักเคลื่อนไหว และองค์กรภาคประชาสังคมต่างๆ ที่อาคารสหประชาชาติ เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมด้านสภาพภูมิอากาศ

การเดินขบวนเรียกร้องครั้งนี้จัดขึ้นโดย แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล และ 350.org องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเคลื่อนไหวทั่วโลกที่มืชื่อว่า #RiseforClimate กว่า 200 คนจากองค์กรต่างๆ ทั่วโลกเข้าร่วมกิจกรรมที่กรุงเทพฯ ทั้งตัวแทนจาก Asian People’s Movement and Development (APMDD), Climate Watch Thailand, Asia Climate Change Consortium (ACCC), Women’s Environment and Development Organisation (WEDO) และกลุ่มพันธมิตรท้องถิ่นของแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย อาทิ เครือข่ายอนุรักษ์อ่าวไทยตอนบน (อ่าวตัว ก.) เครือข่ายปทุมธานี เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติไทย ประเทศไทย รวมถึงตัวแทนนิสิตนักศึกษาจากเครือข่าย Activista ของเราเอง


ก่อนร่วมเดินขบวนร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อแสดงความเป็นหนึ่ง ชาวแอ็คชั่นเอด และพันธมิตรท้องถิ่นตั้งหลักกันอยู่ที่บริเวณถนนราชดำเนินนอก ตั้งแต่เวลา 9.00 น. สำหรับกิจกรรมขับเคลื่อนอุ่นเครื่อง เช่น การเขียนข้อความถึงรัฐบาลนานาชาติ เขียนป้าย และการนำเสนอข้อเรียกร้องของตัวแทนชุมชนและเกษตรกรต่อที่สาธารณะ ซึ่งกิจกรรมหลังได้รับความสนใจจากสื่อไทยและต่างชาติเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เอเอฟพี (AFP) บีบีซี (BBC) บลูมเบิร์ก (Bloomberg) ฮัฟฟิงตัน โพสต์ (Huffington Post) วอยซ์ ทีวี (Voice TV) และ ไคลเมต แทรกเกอร์ (Climate Tracker)

 



“น้ำขึ้นแบบนี้ เราจะเลี้ยงปลาและสัตว์น้ำกันยังไง เกิดการกัดเซาะชายฝั่งแล้วเราจะไปอยู่ที่ไหน เราถอยไม่ได้อีกแล้ว” คือเสียงของคุณป้าอารีย์ คงกลัด ตัวแทนชุมชนจากจังหวัดปทุมธานี ที่กล่าวถึงผลกระทบที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีต่อชุมชนของเธอและการดำเนินชีวิตของชาวบ้าน

การหยุดใช้ถ่านหิน และผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อความเท่าเทียมทางเพศ เป็นอีกสองประเด็นที่ส่งเสียงดังไม่แพ้กันในระหว่างที่กลุ่มต่างๆ ตั้งขบวนและเดินไปยังด้านหน้าของอาคารสหประชาชาติ ผู้นำแต่ละองค์กรผลัดกันนำเสนอข้อเรียกร้อง และปลุกระดมพลังของผู้ร่วมขบวนด้วยคำร้องเช่น “For Climate Justice! We Are Rising!” (“เพื่อความเป็นธรรมทางภูมิอากาศ! เราจะลุกขึ้นสู้!”) “Japan (หรือประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ), do your role! Japan, stop the coal!” (ญี่ปุ่น ทำหน้าที่ของคุณ! ญี่ปุ่น หยุดใช้ถ่านหิน!”) “No climate justice! Without gender justice!” (ไม่มีความเป็นธรรมทางภูมิอากาศหากไม่มีความเป็นธรรมทางเพศ”) และที่ติดหูราวกับท่อนฮุกของเพลงอย่าง “I am gonna rise like the water, gonna shut this system down/ I hear the voice of my great grand-daughters, saying ‘climate justice now!’” (“ฉันจะลุกขึ้นสูงราวกับระดับน้ำทะเล จะกำจัดระบบอย่างที่เป็นอยู่/ ฉันได้ยินเสียงของเหลนสาว พูดกับฉันว่า ‘สร้างความเป็นธรรมทางภูมิอากาศเดี๋ยวนี้!’”)

เงินทุนโลกร้อนเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญ และได้ถูกเน้นย้ำผ่านการแสดงเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งนำโดยคุณลุงพินิจ ผุดผ่อง จากเครือข่ายปทุมธานี ผู้สวมหน้ากากใบหน้าของนายโดนัลด์ ทรัมป์ และชุดสูทพร้อมเน็กไทสีน้ำเงิน มาหยอดธนบัตรลงในกล่อง “กองทุนโลกร้อน” ในมุมหนึ่ง การแสดงดังกล่าวอาจดูเป็นการวิจารณ์ประธานาธิบดีพรรคริพับลิกัน ที่ได้ถอนตัวสหรัฐอเมริกาออกจากข้อตกลงปารีสเมื่อปีที่แล้ว แต่ขณะเดียวกันสามารถมองในภาพกว้างได้ว่า ทรัมป์เป็นสัญลักษณ์แทนประเทศร่ำรวย และบริษัทใหญ่ ที่เราเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในสภาพภูมิอากาศของตน และจ่าย “ส่วนแบ่งที่ยุติธรรม” ในการร่วมมือกันของทั่วโลกที่จะจัดการกับภาวะโลกร้อน

 



“มีความเหลื่อมล้ำอย่างใหญ่หลวงระหว่างการเจรจาข้างในกับสถานการณ์ข้างนอก ที่ผู้คนกำลังใช้ชีวิตอยู่กับผลกระทบที่เลวร้ายของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” คุณฮาร์จีต สิงห์ ผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าว “พวกเขาต้องการความช่วยเหลือและความเป็นธรรม การเจรจาไม่เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น ประเทศพัฒนาแล้วกำลังขัดขวางการเดินหน้าในเรื่องเงินทุนโลกร้อน หากไม่มีเงินทุนพร้อมและไม่มี ‘สมุดกฎเกณฑ์’ ที่แข็งแกร่งและเป็นธรรมกว่านี้ เราจะไม่สามารถเริ่มใช้ข้อตกลงปารีสได้”

การเดินขบวนขับเคลื่อนเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถือเป็นงานปิดท้ายสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมภาคประชาสังคม ที่จัดขึ้นโดย แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย แอ็คชั่นเอด อินเตอร์เนชั่นแนล และองค์กรพันธมิตรของพวกเรา ในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 29 สิงหาคม ถึง 8 กันยายน เราได้ทำงานร่วมกับหลากหลายภาคีและองค์กรอย่างใกล้ชิด อาทิ Demand Climate Justice, the Asian Peoples Movement on Debt and Development, Focus on the Global South, มูลนิธิชุมชนไท เครือข่ายอนุรักษ์อ่าวไทยตอนบน (อ่าวตัว ก.) เครือข่ายปทุมธานี และเครือข่ายการจัดการภัยพิบัติไทย ประเทศไทย หลังจากที่ได้ร่วมสานสัมพันธ์และร่วมแรงกันเป็นหนึ่ง เราเชื่อว่ากิจกรรมที่กรุงเทพฯ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางสู่ความเป็นธรรมทางภูมิอากาศเท่านั้น ขอเชิญทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภารกิจนี้ ซึ่งรวมถึงการประชุม COP24 (การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติ สมัยที่ 24) ในเมืองคาโตวิตเซ ประเทศโปแลนด์ และอื่นๆ

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com