“หนูชอบที่ตัวเองมีความคิด": เรื่องราวแห่งการเปลี่ยนแปลงของน้องเตย เด็กหญิงชั้น ป.4 จากกาฬสินธุ์

Last updated: Oct 12, 2018  |  216 จำนวนผู้เข้าชม  |  สิทธิในการศึกษา

อาคารเรียนไม้ 2 ชั้นนั้นเคลือบด้วยสีฟ้าซีด บ่งบอกอายุอานามผ่านแดดผ่านฝนหลายฤดูกาล แต่ในห้องเรียนกลับสดใสไปด้วยความตื่นรู้ เด็กนักเรียนชายหญิงเพียงสิบกว่าคนที่รวมทั้ง ป.3 และ ป.4 เรียนรวมกันเพราะมีครูเพียงคนเดียว

นี่เป็นเงื่อนไขที่ไม่มีใครอยากให้เป็นของโรงเรียนบึงสว่างวิทยาคม อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์

น้องเตย หรือ ด.ญ.จิตราภรณ์ จุลทะกอง ชั้น ป.4 กำลังร่วมกิจกรรมบอดี้สแกนกับเพื่อนๆ โดยมีครูปุ๊ก ครูประจำชั้นของพวกเธอนำการบอดี้สแกนให้เด็กๆ บอดี้สแกนเป็นวิธีการหนึ่งในจิตศึกษาที่โรงเรียนบึงสว่างวิทยาคมที่นำมาใช้เพื่อในวิธีการสอน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อก่อนไม่มี เด็กๆ นอนบนพื้นไม้ล้อมวงกันเป็นรูปวงกลม บางคนนอนตะแคง บางคนนอนท่าอาสนะ บางคนนอนเอามือทาบอก ไม่มีใครผิด เพราะทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจฟังครูปุ๊กเล่านิทานให้ฟัง เตยเองก็นอนหลับตาพริ้มเหมือนเพื่อนๆคนอื่น เธอเล่าว่า “พวกเราจะนอนกันประมาณ 10-15 นาที แต่ไม่หลับ แค่หลับตาเฉยๆ เพื่อฟังครูเล่านิทานให้ฟัง แล้วเรามีหน้าที่คิดเรื่องตาม พอนิทานจบ ครูจะถามทีละคนว่าคิดยังไง เราต้องมีเรื่องที่คิดไว้ของตัวเองเพื่อแลกเปลี่ยนกับเพื่อน”

พอกิจกรรมบอดี้สแกนเสร็จ ราวๆ บ่ายสองโมงครึ่ง เด็กๆชั้น ป.3-ป.4 จะลงมาเล่ากีฬาที่สนาม เตยชอบเล่นวอลเลย์บอล เธอเป็นมือเสิร์ฟของทีม เตยเป็นเด็กผู้หญิงค่อนข้างตัวเล็ก แต่เธอก็คล่องแคล่วกว่าเพื่อนตัวใหญ่หลายคน แดดบ่ายในเดือนมกราคมไม่ร้อนเกินไป เงาของเด็กๆ ทอดยาวลงบนพื้นสมส่วนกับร่างกายพวกเขา และนั่นก็กลายเป็นอีกกิจกรรมจินตนาการนอกรอบที่พวกเขาเล่นกันสนุกสนาน คือ ไล่เหยียบเงาเพื่อน

 

 

เตยเกิดที่กรุงเทพฯ เพราะครอบครัวเธอทำงานที่นั่น ทำให้ต้องเข้าเรียนชั้นอนุบาล 1 ในเมืองใหญ่ก่อนจะย้ายกลับมาบ้านปู่บ้านย่าที่ครอบครัวยึดอาชีพทำนาใน อ.กมลาไสย และเข้าเรียนต่อชั้นอนุบาล 2 ที่โรงเรียนบึงสว่างวิทยาคม เธอเป็นลูกคนกลาง พี่ของเธอเรียนชั้นมัธยมที่กรุงเทพฯ ส่วนน้องเรียนอยู่ชั้น ป.1 ที่บึงสว่างเหมือนกัน

กิจกรรมนิทานสอนใจที่ครูของเตยเล่าให้ฟังแต่ละวัน จะตามมาด้วยอีกหนึ่งกิจกรรมโปรดของเตย คือการจินตนาการเป็นงานศิลปะลงบนแผ่นกระดาษขนาดเอสี่ แต่ทำไมเด็กหญิงผู้ชอบวาดรูป ชอบฟังนิทานเป็นชีวิตจิตใจ เวลาไปแข่งวิชาศิลปะกับโรงเรียนอื่น เธอว่าได้ที่ 2 ในขณะที่กับการสอบในโรงเรียน เตยสอบได้ที่ 1 มาตั้งแต่ ป.2     

ใช่ว่าใครก็ตามจะเป็นเด็กเรียนเก่งเลยโดยธรรมชาติ ถ้าไม่ผ่านการขัดเกลา ไม่ผ่านการฝึกฝน เส้นทางการเรียนรู้ของเตยก็เช่นกัน ก่อนหน้าที่จะสอบได้ที่ 1 ติดต่อกันมา 3 ปี ตั้งแต่ ป.2-ป.4 เธอก็เคยเรียนไม่เก่งมาก่อน และไม่ใช่แค่เรื่องเรียนไม่เก่งอย่างเดียว จนกระทั่งจิตศึกษาพาเธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

ครูประจำชั้นของเธอเล่าก่อนที่โรงเรียนบึงสว่างวิทยาคมจะเอานวัตกรรมการเรียนการสอนใหม่มาใช้ เด็กๆที่นี่ส่วนมากไม่ชอบเรียนหนังสือ “ไม่ชอบเรียนเพราะเขารู้ว่ามันยาก เขาเขียนไม่ได้ สะกดไม่ถูก พอมีการเรียนจิตศึกษา ถ้าบอกให้พวกเขาทำงาน แม้ว่าเขาจะคุยเล่นกันไปด้วย แต่ทุกคนจะตั้งใจทำงานของตัวเอง ถ้าเป็นเมื่อก่อนคือจะเดินวนทั่วห้อง เล่น กวนเพื่อน จะไม่มีสมาธิทำงานของตัวเอง”

ครูปุ๊กบอกอีกว่า เดี๋ยวนี้ เด็กๆ นิ่งขึ้นมาก มีสมาธิดี แต่ละสัปดาห์ เราจะนั่งล้อมวงกัน ยกตัวอย่างวันจันทร์ เป็นการเรียนเชื่อมโยงสาระหลัก เพื่อทบทวนกันว่าสัปดาห์ที่แล้วเราได้เรียนรู้เรื่องอะไรไปบ้าง และแต่ละคนได้อะไรบ้างจากกิจกรรมที่ทำกัน ส่วนวันอังคาร จะทำกิจกรรมเชื่อมโยงธรรมชาติ ครูจะให้นักเรียนไปหาอะไรก็ได้ที่อยู่ตามธรรมชาติในพื้นที่โรงเรียน เช่น ใบไม้ก็ได้ “แต่ละคนจะเลือกใบไม้มาไม่เหมือนกัน ครูจะให้พวกเขาจินตนาการต่อว่าสามารถประยุกต์ใบไม้เป็นอะไรได้บ้าง ด้วยการวาดเขียนแต่งแต้มลงไป บางคนก็ใส่หูให้ใบไม้ บางคนก็ต่อเป็นรถ” พอวันพุธเด็กจะได้ร้องเพลง มีครูเล่นดนตรีไปด้วย

 

 

นวัตกรรมการเรียนการสอนเริ่มที่โรงเรียนบึงสว่างวิทยาคมได้เพียง 1 ปี หรือ 2 ภาคการศึกษา ซึ่งสำหรับเตย ครูของเธอเล่าว่า เมื่อก่อนเตยเป็นเด็กค่อนข้างมีปัญหา ช่วงที่เธออยู่ ป.3 ชอบแย่งของของเพื่อน ทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน เด็กอธิบายกับครูว่าที่ทำลงไปนั้นรู้ตัว แต่ว่าหยุดตัวเองไม่ได้ อีกทั้งเมื่อก่อนไม่ค่อยอยากมาโรงเรียน จะชอบไปแอบที่โอ่งน้ำ พอขึ้น ป.4 ได้เรียนจิตศึกษา พฤติกรรมที่ว่ามาไม่เป็นอีกเลย แถมยังสอบได้ที่ 1 อีกด้วย

ครูปุ๊กเล่าย้อนไปที่กิจกรรมบอดี้สแกนว่า ถ้าดูเผินๆ อาจเหมือนการนอนกลางวันทั่วไป แต่จริงๆแล้วเป็นการนอนทบทวนความคิดจิตใจตัวเอง ใคร่ครวญว่าตัวเราเป็นอย่างไร ตั้งแต่หัวจรดเท้า “แรกๆ ก็มีเด็กหลับบ้าง แต่เราอธิบายพวกเขาว่า ให้ระลึกอยู่เสมอว่าตัวเราเกิดมาอยู่บนโลกนี้มีเวลาเหลืออยู่กี่วัน มีเวลาไม่มาก วันนี้เราทำดีอะไรบ้าง ทำดีหรือยัง ระหว่างทำดีกับทำไม่ดีทำอะไรเยอะกว่ากัน ระหว่างที่เด็กนอน เราก็อธิบายไปแบบนี้ คนที่เคยซนๆ มาตั้งแต่เช้า เขาจะสำนึกผิดโดยอัตโนมัติ พอช่วงบ่ายเขาจะตั้งใจเรียนมากขึ้น เพราะเราไม่ได้ต่อว่าเขา เราให้กำลังใจว่าคนเราถ้ารู้ตัวก็ปรับเปลี่ยนได้”

เด็กทุกคนมีความฝัน แม้ผ่านช่วงวัยเด็กไป หลายคนก็หวนระลึกถึงความฝันตัวเอง หรืออาจจะฝันใหม่ มองไปข้างหน้า เตยบอกว่าเธอฝันโตขึ้นอยากเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ และจะสอนด้วยการใช้ศิลปะ เพราะเธอชอบวาดรูป “ไม่ชอบภาษาอังกฤษ เพราะยังอ่านไม่ออก ยังพูดไม่เป็น แต่ตอนนี้หนูท่องสูตรคูณได้ถึงสูตรที่ 12 แล้ว ถ้าวันที่เป็นครูแล้ว ก็อยากสอนชั้น ป.3 หรือ ป.4”

แต่ให้สอนตอนนี้เลยสอนได้ไหม เตยตอบด้วยรอยยิ้มว่า สอนไม่ได้ เพราะยังไม่โตพอ ยังคิดไม่ได้พอ “ต้องท่องสูตรคูณให้ได้เยอะกว่านี้ก่อน”

ในวัยแห่งการเรียนรู้ เตยบอกว่า การเรียนจิตศึกษาทำให้เธอเรียนเก่งขึ้น แต่ก่อนนั้นยังไม่ค่อยรู้อะไร พอเรียนจิตศึกษาทำให้เธอได้คิดเยอะขึ้น และทำให้ชอบเขียนไดอารี่ด้วย เธอเขียนบันทึกทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เขียนมาได้ 4 หน้าแล้ว ส่วนในวันธรรมดาหลังเลิกเรียน เธอจะกลับไปบ้านแล้วโพสต์เฟซบุ๊คบอกคิดถึงเพื่อนๆ

ถ้าไม่ได้เรียนจิตศึกษาจะเป็นอย่างไร เตยคิด ทอดสายตาออกไปยังที่โล่ง ก่อนจะตอบว่า ก็คงไม่มีสมอง เพราะสำหรับเธอ “สมองมีไว้คิด มีไว้สั่งให้แขนขา ร่างกายขยับได้”

ถ้าไม่มีสมองจะเป็นอย่างไร เตยเงียบนิ่งกับคำถามอยู่ราว 3 วินาที ก่อนจะตอบชัดถ้อยชัดคำว่า “ก็ตาย หรือโง่ ร่างกายก็ขยับไม่ได้ คิดอะไรไม่ออก คุยกับเพื่อนไม่ได้” เตยบอก “หนูชอบมีสมองมากกว่า หนูชอบที่ตัวเองมีความคิด”

 

 

หลังโรงเรียนบึงสว่างวิทยาคม มีแปลงผักคะน้า และผักกาดที่เด็กๆ และครูร่วมกันปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี เย็นนี้พวกเขาตกลงร่วมกันว่าจะตัดผักส่วนหนึ่งไปขายให้ชาวบ้าน เพื่อให้โรงเรียนมีรายได้ และชาวบ้านได้กินผักปลอดสารพิษ

เตยกับเพื่อนๆ ลากสายยางมารดน้ำผัก แสงแดดอ่อนๆ ต้องกับละอองน้ำ เปล่งสะท้อนแสงระยิบระยับ ผักกำลังโตงามได้เวลาตัดไปทำอาหาร เตยรับมีดสั้นจากเพื่อน ก่อนจะลงมือตัดโคนต้นคะน้าอย่างแคล่วคล่อง

นึกทวนถึงคำพูดของเด็กวัย ป.4 ว่า สมองมีไว้คิด ชอบตัวเองที่มีความคิด ส่วนคนที่พูดคำนี้กำลังลงแรงเก็บผักไปขายสร้างรายได้ให้โรงเรียน

ใคร่ครวญดูอีกที ภาพที่เราเห็นอาจไม่ใช่แสงแดดบนละอองน้ำเท่านั้นที่กำลังเปล่งประกาย


 

นอกจากน้องเตย ยังมีเด็กอีกจำนวนมากที่ได้รับการศึกษาคุณภาพผ่านโครงการของแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย

บริจาคเพื่อสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาไทยในพื้นที่ห่างไกลวันนี้

 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com