#ทีมเผือก ฝึกป้องกันตัว-แทรกแซง เพื่อความปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ

Last updated: Oct 24, 2018  |  215 จำนวนผู้เข้าชม  |  สิทธิผู้หญิง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม 2561 เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง (Safe Cities for Women) นำโดยแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย, แผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สสส., มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายสลัมสี่ภาค ร่วมกับแคมเปญ #DontTellMeHowToDress และ JDT Combative จัดเวิร์คช็อป “Self-Defense Lab ปฏิบัติการเผือก เพื่อเพื่อนรอด เราปลอดภัย” ฝึกศิลปะการป้องกันตัว-ช่วยเหลือเพื่อนร่วมทางที่ประสบเหตุคุกคามทางเพศ

 




อีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ จากเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง จัดขึ้นที่ครอสโอเวอร์ยิม สเตเดียมวัน จุฬาลงกรณ์ซอย 6 งานนี้ #ทีมเผือก หรือประชาชนผู้ร่วมพลังต่อต้านการคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ จากทั่วประเทศไทยเดินทางมาเข้าร่วม และแสดงพลังเปิดตัวสมาชิกแบบออฟไลน์เป็นครั้งแรก


คุณรุ่งทิพย์ อิ่มรุ่งเรือง ผู้จัดการฝ่ายโครงการและนโยบายองค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย และคุณวราภรณ์ แช่มสนิท ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับสถานการณ์ และก้าวต่อไปในการแก้ไขปัญหาการคุกคามทางเพศบนรถสาธารณะ โดยกล่าวว่ามีการนำเสนอประเด็นนี้เป็นวงกว้างมากขึ้น ประสบการณ์หรือวิธีเผือกที่สมาชิกทีมแชร์ในเพจเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ถูกนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อหลักอยู่ตลอด เพื่อสร้างความตระหนักในสังคม หรือให้ความรู้ และความกล้าแก่ผู้ที่อาจจะยังไม่รู้จักงานรณรงค์นี้

 

 




สำหรับก้าวต่อไป ทีมเผือกหวังว่าจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และจะดำเนินการขยายผลต่อในระดับนักเรียนมัธยม เพื่อให้เยาวชน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายของภัยคุกคาม มีความเข้าใจการคุกคามทางเพศ รู้วิธีช่วยเหลือตัวเองหากตกอยู่ในสถานการณ์ รวมถึงรู้วิธีแทรกแซงช่วยเหลือผู้อื่น ในเชิงนโยบาย เครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิงได้รับการตอบรับ และร่วมมือขจัดปัญหาจากกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานขนส่งสาธารณะต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่จะจัดการอบรมเจ้าหน้าที่ ติดตั้งกล้องวงจรปิดบนรถโดยสารรุ่นใหม่ เผยแพร่สื่อรณรงค์บนรถโดยสาร และจัดตั้งช่องทางการแจ้งเหตุ-ร้องเรียนที่มีประสิทธิภาพ


ด้านคุณซินดี้ สิรินยา บิชอพ นางแบบ นักแสดง และพิธีกรกล่าวถึงการเข้ามาร่วมทำงานกับทีมเผือก เน้นย้ำว่าต้องทำให้สังคมตระหนักเรื่องนี้มากขึ้น และเสริมว่าปัญหาของการคุกคามทางเพศไม่ได้มีเหตุจากการแต่งตัวของผู้หญิง แต่เป็นเรื่องของมายาคติเพศ และอำนาจ ที่ผู้คุกคาม ซึ่งมักเป็นเพศชาย คิดว่าตนมีเหนือผู้ถูกกระทำ และคิดว่าตนได้รับการยกเว้นจากผลของการกระทำ ประเด็นนี้เป็นหัวใจของแคมเปญ #DontTellMeHowToDress ที่เธอเริ่มขึ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยได้รับฉายาว่าเป็นกระแส #MeToo และ #TimesUp ของประเทศไทย

 



 
ในช่วงของเวิร์คช็อป Self-Defense Lab คุณกิตติเชษฐ์ มายะการ ผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าทีมฝึกจาก JDT Combative เริ่มบทเรียนด้วยการสังเกตและเฝ้าระวังภัยคุกคาม เทคนิคการประเมินสถานการณ์ และการรับมือกับผู้กระทำในฐานะผู้ถูกกระทำและผู้อยู่ในเหตุการณ์ เช่น รับมือสถานการณ์ในระดับต้น หรือระดับเดียวกันกับสิ่งที่เกิดขึ้น คือ ชี้ไปที่การกระทำของผู้คุกคาม แต่ไม่ตีตราว่าเป็น “โรคจิตหรือเปล่า” เพราะจะทำให้ประเด็นเปลี่ยน หรืออาจพูดผ่านผู้กระทำว่า “คุณคิดคุณว่ากำลังทำอะไรอยู่” เพื่อเรียกสายตาของคนรอบข้าง ซึ่งสามารถทำให้ผู้กระทำตกใจและหยุดพฤติกรรมได้


สำหรับเหตุที่ผู้ถูกกระทำ หรือผู้เข้าแทรกแซงจำเป็นต้องเข้าปะทะกับผู้กระทำ คุณกิตติเชษฐ์ และทีมครูฝึก ได้สอนเทคนิคพื้นฐาน ที่มีจุดประสงค์เพื่อสร้างโอกาสและเวลาในการนำตัวเองออกมาจากสถานการณ์ เช่น การตั้งการ์ดที่สามารถทำต่อเนื่องกับท่าป้องกันและโจมตีอื่นๆ หรือการใช้อุปกรณ์ที่ไม่ผิดกฎหมายและใช้ป้องกันตัวได้ดีอย่างปากกา และไฟฉาย เป็นต้น

 




แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย หวังว่าเวิร์คช็อปนี้ จะเป็นเพียงกิจกรรมแรกของอีกหลายๆ กิจกรรม ที่รวมตัวสมาชิกทีมเผือกเพื่อเรียนรู้ และขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงสังคม ติดตามข่าวสารของเครือข่ายเมืองปลอดภัยเพื่อผู้หญิง ที่ https://www.facebook.com/SafeCitiesforWomen และเข้าร่วมเป็นสมาชิกทีมเผือก ที่กลุ่ม https://www.facebook.com/groups/teampueak

 

 

 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com