ผู้บริจาคแอ็คชั่นเอด ลงพื้นที่สัมผัสงานพัฒนาการศึกษา พร้อมสมทบทุนสานฝันน้อง

Last updated: Nov 29, 2018  |  444 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวมูลนิธิ

เมื่อวันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน มูลนิธิแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย นำผู้บริจาคลงพื้นที่ เยี่ยมโรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทอง อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อสัมผัสงานพัฒนาคุณภาพการศึกษาของมูลนิธิฯ ในโรงเรียนขนาดเล็ก พร้อมเป็นตัวแทนของผู้สนับสนุนเงินบริจาค มอบเช็คจำนวน 35,000 บาท สมทบทุนการสร้างลานกิจกรรมการเรียนรู้ และปรับปรุงโต๊ะ-เก้าอี้เก่าของนักเรียน

เราเดินทางออกจากกรุงเทพฯ กันแต่เช้าตรู่ เพื่อใช้เวลาหนึ่งวันกับการเรียนรู้ และทำกิจกรรมอย่างเต็มที่ ผู้บริจาคได้เห็นและลงมือปฏิบัติตามรูปแบบการศึกษาใหม่ด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นจิตศึกษา และผลงานนักเรียนจาก PBL (Problem-Based Learning หรือ การเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน) รวมถึง “วิถี” อื่นๆ ของโรงเรียน อาทิ การส่งเสริมทักษะชีวิตและการเรียนรู้เสรี, การเสริมสร้างแรงเชิงบวก, การเรียกนักเรียนว่า “พี่”, ความร่วมมือกันอย่างแท้จริงของครูและนักเรียนในและนอกห้องเรียน, กิจกรรม Show & Share การเรียนรู้โดยปฏิบัติพร้อมพัฒนาความกล้าแสดงออก, การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน เป็นต้น

 



หัวใจหลักของการเยี่ยมโรงเรียนในครั้งนี้คงหนีไม่พ้นจิตศึกษา และห้องเรียน PBL ซึ่งเป็นนวัตกรรมการเรียนการสอนที่เครือข่ายโรงเรียนขนาดเล็กที่มูลนิธิฯ สนับสนุนในภาคกลาง อีสาน และใต้ ปรับใช้ในหลักสูตรของโรงเรียน สำหรับโรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทองเอง ได้ดำเนินการสอนผ่านนวัตกรรมมาเป็นเวลาแล้ว 1 ปีครึ่ง

จิตศึกษาคือ การพัฒนาปัญญาภายในและสมาธิของผู้เรียน ก่อนเรียนวิชาหลัก โดยทำผ่านกิจกรรมสร้าง “พลังสงบ” รูปแบบต่างๆ อาทิ การวางตัวต่อ โยคะ นั่งสมาธิ บอดี้สแกน (Body Scan) หรือเกมฝึกสมองเบรนยิม (Brain Gym) ที่มีความหลากหลาย ให้ครูและนักเรียนเลือกเล่นได้กว่า 100 เกม

 



นอกจากจะชมการสาธิตกิจกรรมจิตศึกษาของน้องๆ ชั้นป.3 แล้ว ผู้บริจาคยังมีโอกาสได้ลองทำจิตศึกษาด้วยตนเอง โดยนั่งล้อมวงกันพร้อมกับตัวแทนผู้ปกครอง มีคุณครูผลัดหน้าที่กันเป็นคนนำเกมเบรนยิมที่ตนอยากนำเสนอ ตั้งแต่ กรรไกร-ไข่-ผ้าไหม 3 แบบ (ปกติ น่ารัก และบู๊) ลบเลขพร้อมเปลี่ยนท่าทาง ไปจนถึงการทำมือจีบ-แอล หรือรูปเขาควาย-กอหญ้าสลับกัน หากได้นั่งอยู่ในวงด้วยกัน จะเห็นเลยว่าเกมเรียบง่าย ไร้อุปกรณ์บางเกมนั้นยากกว่าที่คิด

เช่นเดียวกับที่น้องๆ โรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทำทุกวัน ผู้บริจาคได้ร่วมนั่งสมาธิ เพื่อระลึกถึงความเชื่อมโยงระหว่างตน คนรอบข้าง และธรรมชาติ สร้างความรู้สึกขอบคุณที่ได้มีชีวิตอยู่ในทุกๆ วัน อีกหนึ่งกิจกรรมคือบอดี้สแกน ที่ทำโดยการนอนหรือนั่งในท่าผ่อนคลาย และกำหนดสติให้อยู่ที่ความรู้สึกทางกาย ขณะที่ฟังเสียงเพลงคลื่นความถี่ต่ำ และเสียงครูพูดเหนี่ยวนำ (สำหรับน้องๆ ครูจะเล่านิทานสอนใจ)

 



ผู้มาเยือนที่ได้ลองทำกิจกรรมข้างต้นเป็นครั้งแรก อาจรู้สึกผ่อนคลายที่ได้หลบร้อน และพักสายตาในห้องประชุมโรงเรียนหลังมื้อกลางวัน แต่สำหรับน้องๆ โรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทอง ที่ได้ทำจิตศึกษามาตลอด 1 ปีครึ่ง การเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรม และความฉลาดทางจิตและอารมณ์นั้นชัดเจน “ผู้ปกครองได้เห็นเด็กๆ เปลี่ยนและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เป็นเด็กดีขึ้น พูดจาไพเราะขึ้น และอยากมาโรงเรียนมากขึ้น เพราะเด็กๆรู้สึกปลอดภัยและมีความสุข” ครูหน่อย–รัชนก ศรีทองสุข ครูประจำชั้นป.1 เล่า “ในห้องเรียน เด็กไม่ซน สามารถทำกิจกรรมตามเป้าหมายการเรียนรู้”

“การนั่งเสมอกัน ทำกิจกรรมร่วมกัน และการพูดให้เกียรติกันทำให้เขารู้ว่าเราเท่าเทียมกัน ทำให้เขากล้าพูด กล้าแสดงออก กล้าที่จะบอกสิ่งที่เขายังเก็บไว้ในใจอยู่ ซึ่งบางครั้ง ครูไม่สามารถลงลึกถึงตรงนั้นได้ พอเด็กเปิด เราก็เข้าใจตัวเด็กแต่ละคนได้ การเรียนการสอนก็แฮปปี้ เพราะเรารู้ว่าแต่ละคนต้องการอะไร มีปัญหาอะไร เราจะสนับสนุนและส่งเสริมเขาในด้านไหน”

 



อีกกลไกสำคัญที่พัฒนาผู้เรียนควบคู่กับจิตศึกษา คือ PBL หรือการเรียนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ซึ่งเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงรุก (active learning) ที่มุ่งให้เกิดทักษะการคิด แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผลและเป็นระบบ โรงเรียนขนาดเล็กจะบูรณาการหน่วยการเรียนรู้วิชาวิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาและศาสนา ศิลปะ สุขศึกษา และการงานอาชีพและเทคโนโลยี เข้ากับ PBL ในช่วงบ่าย หลังจากที่ได้สอนคณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษในแบบดั้งเดิมในช่วงเช้า

การเยี่ยมโรงเรียนครั้งนี้ตรงกับสัปดาห์ของหน่วยการเรียนรู้ที่ชื่อ “ผู้พิทักษ์น้ำพริก” ในห้องเรียนจำลองคุณครูปิ่นอนงค์ มิ่งเมือง ครูประจำชั้นป.3 จึงได้เตรียมน้ำพริก 8 ชนิดไว้ พร้อมผักและไข่ต้มหั่นที่เรียงกันสวยงามราวกับเป็นสำรับในภัตตาคาร เด็กๆ ได้ลองชิมและทายชนิดของน้ำพริก ก่อนที่จะเปิดเฉลยใต้ถ้วยพร้อมๆ กัน “ขอให้พี่ๆ เลือกน้ำพริกที่ตัวเองชอบมาหนึ่งชนิด” ครูปิ่นอนงค์ประกาศเมื่อถึงเวลามอบหมายงาน “แล้วหาวิธีทำน้ำพริกชนิดนั้นมาให้ครูค่ะ”

นี่เองคือหลักการของ PBL คือการกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความต้องการที่จะใฝ่หาความรู้เพื่อหาคำตอบหรือแก้ปัญหา

นักเรียนทุกคนเดินไปหยิบแท็บเล็ตจากตู้เก็บอุปกรณ์ และเริ่มหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต แต่ชั่วโมงนี้พิเศษกว่าทุกครั้ง ตรงที่มีหลานๆ วัยสิบขวบของผู้บริจาคท่านหนึ่ง ร่วมวงหาขั้นตอนทำน้ำพริกด้วย และไม่ยอมออกจากห้องเรียนมาทานของว่างกับคุณย่าจนกว่าจะทำงานชิ้นนี้เสร็จ

 



“หลานๆ แฮปปี้ค่ะ แต่ขณะเดียวกันเขารู้สึกว่า ‘เอ๊ะ ทำไมโรงเรียนของเขาที่กรุงเทพไม่มีการสอนแบบนี้ หลานๆ ได้เห็นถึงความแตกต่างที่กระตุ้นต่อมความอยากรู้ ทำไมคุณครูของเขาไม่สอนแบบนี้บ้าง ที่นี่เขาได้ทำกิจกรรมใหม่ๆ ได้ทำกิจกรรมร่วม ทั้งกับเพื่อนและครู ไม่เหมือนที่เขาเคยเจอ คือไปถึงโรงเรียนก็มีแต่เรียนกับเรียน” คุณแมว–ภคมณ รามสูตร ผู้บริจาคตั้งแต่เดือนมกราคม 2561 เล่าถึงความประทับใจของหลานชาย น้องพีพี และน้องน้ำโขง

แล้วในมุมมองของคุณภคมณเองล่ะ?

“การสอนของที่นี่เริ่มจากการให้เด็กอยากรู้ ให้เขารู้ด้วยตัวเองก่อนจะค่อยๆ สอนเด็ก อีกอย่างหนึ่งคือให้เด็กมีสุขภาพจิตที่ดี สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือการให้เด็กมีสุขภาพจิตดี แบบนี้แล้วเขาก็พร้อมที่จะเรียน มีความตั้งใจที่จะเรียน”

“ถ้าทุกๆ โรงเรียนได้ทำคล้ายกับโรงเรียนนี้ สักบางส่วนก็ยังดี อนาคตการศึกษาไทยและเด็กไทยก็น่าจะดีขึ้น”

---


หลังจากที่ได้เห็นภาพการพัฒนาคุณภาพการศึกษาผ่านนวัตกรรมมากขึ้น ผู้บริจาคและทีมงานมูลนิธิ แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ได้เลี้ยงอาหารกลางวันและไอศกรีมน้องๆ และคุณครูโรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทอง เพื่อเป็นการขอบคุณที่มาร่วมกิจกรรมและมอบสิ่งดีๆ ให้กันในวันหยุดแบบนี้  

หลังจากนั้น ผู้บริจาคผู้ร่วมทริปเป็นตัวแทนของมูลนิธิฯ และผู้บริจาคทั้งหมด ในการมอบเช็คจำนวน 35,000 บาท เพื่อสมทบทุนพัฒนาโรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทอง ให้นักเรียนมีลานกิจกรรมการเรียนรู้ที่ถูกลักษณะ สามารถทำกิจกรรมกล้างแจ้งได้ในฤดูฝน โดยส่วนหนึ่งจะนำไปซื้อสีทาโต๊ะ-เก้าอี้เรียนเก่าๆ ของนักเรียนให้สดใสเหมือนใหม่

ผู้บริจาคและทีมงาน ยังได้ร่วมลงแรง ปูอิฐบล็อกที่ลานกิจกรรม และทาสีโต๊ะ-เก้าอี้พร้อมกับน้องๆ นักเรียน คุณครู และผู้ปกครอง ภาพที่ทุกคนช่วยกันคนละไม้คนละมือ เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่น่าประทับใจที่สุดของการเดินทางครั้งนี้

 



และถึงแม้จะมีเวลาที่จำกัด แต่ผลงานจากหยาดเหงื่อของทุกคน ก็สามารถเพิ่มรอยยิ้มปิดท้าย วันดีๆ อันแสนอบอุ่น

“ทางโรงเรียนและผู้ปกครองรู้สึกปลื้มใจที่เห็นกิจกรรมนี้” ครูแหม่ม–ฤทัยวรรณ หาญกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดดอนโพธิ์ทอง กล่าวขณะพักจากการช่วยนักเรียน นำอิฐตัวหนอนมาให้พี่ๆ ทีมงานมูลนิธิฯ และผู้บริจาค “ที่สำคัญคือเด็กๆ เอง ดีใจมากๆ ที่มีผู้ใหญ่มาเยี่ยมโรงเรียนของเรา”

แน่นอนว่าเราก็ปลื้มใจไม่แพ้กัน นอกจากจะได้พบกับทางโรงเรียนอีกครั้ง กระชับความสัมพันธ์กับผู้บริจาค มูลนิธิฯ รู้สึกเป็นเกียรติในฐานะผู้สื่อกลางระหว่างผู้บริจาค และโรงเรียนขนาดเล็กที่พวกเขาช่วยเหลือ โดยทำให้เห็นผลที่งอกงามที่มาจากแรงสนับสนุนของพวกเขา ในแบบที่อาจไม่สามารถเห็นได้จากการอ่านข่าวคราวของมูลนิธิฯ เพียงอย่างเดียว

 



เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะมีโอกาสพาผู้สนับสนุนมูลนิธิฯ ไปร่วมทริปลงพื้นที่อีกเนืองๆ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณผู้บริจาคทุกท่านที่สละเวลาในวันหยุดร่วมทำสิ่งดีๆ ร่วมกับเรา รวมถึงผู้ร่วมบริจาคสมทบทุน 35,000 บาท ที่ทางมูลนิธิฯ ร่วมส่งมอบรายได้ทั้งหมดให้ทางโรงเรียน โดยไม่หักค่าใช้จ่าย และทางโรงเรียนได้จัดใบเสร็จเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีให้กับผู้บริจาคทุกท่านแล้ว

Powered by MakeWebEasy.com