เรื่องเล่าแห่งการเปลี่ยนแปลง: การรวมกลุ่มรวมพลังฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในลำน้ำแม่จัน

เวทีชุมชนโป่งขม โป่งป่าแขม สู่การรวมกลุ่มรวมพลัง ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำในลำน้ำแม่จัน ต.ป่าตึง อ.แม่จัน จ.เชียงราย

จากตาน้ำเล็กๆจากดอยแสนใหม่และลำห้วยสาขามากกว่า 20 สาขาในเทือกเขาดอยแม่สะลองและเทือกเขาดอยแม่ยาว ไหลมาบรรจบรวมกันเป็นสายแม่น้ำจัน หล่อเลี้ยงชีวิตคนในชุมชนริมสองฝั่งต้นแม่น้ำ เรื่อยลงไปถึงชุมชนพื้นราบตัวอำเภอแม่จัน น้ำแม่จันเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชนที่เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งน้ำในการเพาะปลูกมาเป็นระยะเวลายาวนาน  เป็นส่วนสำคัญของการดำรงอยู่ของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนโป่งป่าแขม โป่งขม ซึ่งเป็นชุมชนที่อยู่ใกล้ชิดกับแม่นำ้

รุ่นต่อรุ่นที่ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำแห่งนี้ และได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับสายน้ำยิ่งนับวันจะเลวร้ายลงจากการบุกเบิกขยายพื้นที่ทำกินทั้งสองฝั่งแม่น้ำและต้นแม่น้ำ ประกอบกับภาวะโลกร้อนส่งผลต่อปริมาณน้ำในแม่จันลดลง ดินสองฝั่งขาดความชุ่มชื้น สัตว์น้ำถูกคนในชุมชนสองฝั่งแม่น้ำและชุมชนในพื้นที่อื่นๆ เข้ามาจับด้วยวิธีการทำลาย เช่นการช๊อต การระเบิด การเบื่อ การกั้นน้ำ และความต้องการบริโภคที่มากขึ้นตามจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น

องค์กรปกครองท้องถิ่นได้เล็งเห็นถึงผลกระทบของปัญหาเหล่านี้ จึงได้มีการทำโครงการต่างๆ เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรแหล่งน้ำและสัตว์น้ำ โดยการประกาศเขตอนุรักษ์พันธุ์ปลาเริ่มในเขตพื้นที่สองชุมชนนี้มาเป็นระยะเวลามานานกว่า 10 ปี แต่กฎกติกาที่ตั้งขึ้นมาก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือจากคนในพื้นที่อื่นๆ รวมทั้งคนในชุมชนสองฝั่งแม่น้ำเอง เพราะเห็นว่านั่นคือโครงการของภาครัฐ ไม่ใช่ของตัวเอง ผลกระทบนั้นล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่ใจของสมาขิกในชุมชนแต่ไม่มีโอกาสที่จะมานั่งลงพูดคุยและหาทางออกด้วยกัน

จนกระทั่งเมื่อโครงการชาติพันธุ์อาสาฯ ซึ่งเป็นองค์กรที่แอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ได้เข้าไปทำงานร่วม ได้เริ่มดำเนินการในปี 2556 และได้จัดกิจกรรม "เวทีชุมชน" ให้สมาชิกในชุมชนทุกเพศวัยมาร่วมพูดคุย สะท้อนถึงสถานการณ์ปัญหาต่างๆ ที่กระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา รวมทั้งประเด็นปัญหาของปริมาณที่ลดลงของสัตว์น้ำ จนในที่สุดได้ข้อสรุปว่าจำเป็นที่ต้องมีป้ายติดประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรตลอดช่วงแม่น้ำที่มีการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ โดยได้รับงบประมาณจำนวน 5,000 บาท โดยมีชาวบ้านทั้งสองชุมชน สมาชิก อบต. ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่สนาม ได้ร่วมกันทำกิจกรรมติดป้ายประกาศในวันที่ 6 มี.ค. อย่างพร้อมเพรียงกัน

 

 

แม้กิจกรรมนี้จะสิ้นสุดลงภายในเพียงหนึ่งวัน แต่ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้สิ้นสุดเพียงเท่านี้ สิ่งหนึ่งที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสังเกตเห็น คือสองฝั่งแม่น้ำในพื้นที่อนุรักษ์ แห้งแล้ง ไม่มีความชุ่มชื้น ประเด็นนี้ได้มีการนำกลับมาพูดคุยกันในเวทีชุมชนอีกครั้งหนึ่งเพื่อหาแนวทางที่จะคืนความชุ่มชื้นให้แก่ฝั่งแม่น้ำ ทางออกที่ถูกเสนอขึ้นมาตามแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น คือการปลูกต้นกล้วยกิจกรรมที่ทำต่อนี้ไม่มีงบประมาณสนับสนุนจากแหล่งใด แต่คนในชุมชนก็ร่วมใจกันทำ โดยช่วยกันหาพันธุ์ต้นกล้วยและลงแรงช่วยกันปลูก

 

 

ยิ่งไปกว่านั้น ชุมชนต้องการสื่อสารสิ่งที่จะร่วมกันทำนี้ไปยังชุมชนที่อยู่ท้ายน้ำ อาสาสมัครและเจ้าหน้าที่โครงการจึงได้ประสานไปยังผู้นำท้องถิ่น  หน่วยงานป่าไม้ และนายอำเภอแม่จัน เชิญเข้าร่วมงาน ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี และในวันที่ 24 มีนาคม 2558 นับเป็นอีกวันหนึ่งที่ได้เห็นถึงพลังชุมชนที่ลุกขึ้นมาทำกิจกรรมเพื่อการปกป้อง ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพวกเขา

ในวันนั้นทุกคนมาด้วยใจสมัครอย่างแท้จริง สิ่งที่ชุมชนร่วมกันทำส่งผลกระทบที่มากกว่านั้น คือหน่วยงานป่าไม้ ผู้นำท้องถิ่น และนายอำเภอแม่จันมีความชื่นชมในพลังของชุมชน ในการประชุมไม่ว่าจะเป็นระดับตำบลหรือระดับอำเภอ ผู้นำเหล่านี้ต่างได้นำแบบอย่างนี้นำเสนอในที่ประชุม ได้เน้นย้ำไปยังทุกชุมชนที่จะลุกขึ้นมาทำกิจกรรมนี้ ผู้ใหญ่บ้านชุมชนโป่งขม โป่งป่าแขม ได้ตระหนักถึงความสำคัญนี้เป็นอย่างมาก เห็นได้จากทุกวาระการประชุมของหมู่บ้าน ได้มีการเน้นย้ำถึงพื้นที่ฟื้นฟูและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่จะเป็นแหล่งอาหารชุมชนที่มีความมั่นคงยั่งยืนที่ประชุม ได้เน้นย้ำไปยังทุกชุมชนที่จะลุกขึ้นมาทำกิจกรรมนี้ ผู้ใหญ่บ้านชุมชนโป่งขม โป่งป่าแขม ได้ตระหนักถึงความสำคัญนี้เป็นอย่างมาก เห็นได้จากทุกวาระการประชุมของหมู่บ้าน ได้มีการเน้นย้ำถึงพื้นที่ฟื้นฟูและอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำที่จะเป็นแหล่งอาหารชุมชนที่มีความมั่นคงยั่งยืน

มาถึง ณ วันนี้ผลจากร่วมมือของทุกคนทุกระดับนี้ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดี สายน้ำได้รับดูแลรักษา สัตว์น้ำแหล่งอาหารได้รับการปกป้อง ทุกคนร่วมเป็นหูเป็นตาทุกคนร่วมเป็นหูเป็นตา คนภายนอกชุมชนอื่น ๆ เมื่อได้ยินได้เห็นถึงการประกาศเขตอนุรักษ์นั้น ต่างก็ให้เคารพยำเกรง ไม่เข้ามาจับสัตว์น้ำในบริเวณนั้นอีกต่อไป...

"...ในทุกๆ ช่วงฤดูร้อน ฉันจะไปหาปลาในแม่น้ำจัน เหนือเขตอนุรักษ์...ฉันเห็นว่าเมื่อมีการเอาจริงเอาจังกับการอนุรักษ์นี้ ความอุดมสมบูรณ์เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะปลาในแม่น้ำ... ฉันใช้เวลาไม่นานก็หาปลาได้พอกินหนึ่งมื้อ..." นางจะก่า เฌอหมื่อ สตรีสมาชิกชุมชนโป่งขม กล่าว

จากจุดเล็กๆของกลไกเวทีชุมชนที่ให้คนในชุมชนได้รวมกลุ่มกันพูดคุยสะท้อนถึงปัญหา และลุกขึ้นมาแสวงหาทางเลือกแก้ไขปัญหาของตนเองด้วยกันเป็นเสมือนดังประกายเทียนที่ส่องแสงขึ้นมาท่ามกลางหุบเขา เป็นแรงกระเพื่อมเล็กๆที่ส่งผลกระทบออกไปสู่สังคมชุมชนรอบข้าง  ซึ่งเป็นนิมิตหมายเริ่มต้นที่ดีในอนาคตว่าสายน้ำแม่จันสายน้ำที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมากมายสายนี้จะได้รับการปกป้องดูแลรักษาจากชุมชนชาติพันธุ์คนต้นน้ำ เรื่อยลงไปจนถึงชุมชนเมืองคนท้ายน้ำ

 

 

ที่มาของโครงการ

องค์การแอ็คชั่นเอด ประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ) โครงการจัดการจัดการลุ่มแม่น้ำปิงตอนบน และสมาคมท้องถิ่นไทยได้จัดทำ "โครงการชาติพันธุ์อาสาเพื่อการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม" โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมให้คนในชุมชนตระหนักถึงเรื่องการมรสิทธิมีเสียงในการบริหารพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับชุมชนของตนโดยตรง การมีส่วนร่วมของชุมชนชาติพันธ์ุในกระบวนการพัฒนาภายใต้กลไกการกระจายอำนาจในการบริหารส่วนท้องถิ่น และการเสริมสร้างศักยภาพของชุมชน และภาคประชาสังคม ในการทำงานร่วมกับส่วนการบริหารส่วนท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย (Empowerment is a Process; De-marginalisation of Hill Communities in Chiang Mai and Chiang Rai Provinces) ซึ่งเป็นโครงการ 4 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 และจะสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560

โครงการชาติพันธุ์อาสาเพื่อการพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อม ได้รับการสนับสนุนด้านทุนจากสหภาพยุโรป

by Kanjana Ngamkalong
Thailand team
Communications Officer

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com